เรามีเว็บรวมคาสิโนออนไลน์มากกว่า 66 ค่ายเอาไว้ให้ได้เล่นกัน

  • Welcome to รีวิวเว็บคาสิโนออนไลน์ ที่น่าเล่นในไทยมากกว่า 66 เว็บไซต์. Please log in or sign up.
เว็บบาคาร่าออนไลน์ UFA350 ไม่มีขั้นต่ำ เว็บตรงแทงบอลออนไลน์ SBOBET
เว็บบาคาร่าออนไลน์ SAGAME66 อันดับ 1 ปั่นสล็อตออนไลน์ UFABET350 แจกเครดิตฟรี
เว็บแทงบอล UFAC4 เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ เว็บบาคาร่าออนไลน์ SSGAME6666 เครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก
แทงบอลออนไลน์ UFAZEED พนันไม่มีขั้นต่ำ สมัครสมาชิก PG SLOT สล็อตออนไลน์อันดับ 1
เว็บคาสิโนออนไลน์ SAGAME350 เว็บตรงบาคาร่า SA GAMING

กระทู้ล่าสุด

#1


เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวที่ว่ากันว่ารู้เรื่องเบื้องลึกของ ลิเวอร์พูล เป็นอย่างดี แฉว่าที่จริงสมัยที่ จู๊ด เบลลิงแฮม มีอายุแค่ 9 ขวบนั้น ลิเวอร์พูล เคยมีโอกาสได้ตัวเขาไปร่วมทัพ โดยตอนนั้น "หงส์แดง" ชวนเขามาทดสอบฝีเท้าและประทับใจมากๆ ด้วย

ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เคยมีโอกาสที่จะได้ตัว จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาอยู่กับทีมตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายมีอายุเพียง 9 ขวบ ตามการเปิดเผยของ เจมส์ เพียร์ซ นักข่าวที่รู้เรื่องเบื้องลึกของ "หงส์แดง" เป็นอย่างดี

เบลลิงแฮม เริ่มเป็นที่รู้จักของบางคนในตอนที่เขาก้าวขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ได้ตั้งแต่ตอนที่ยังมีอายุแค่ 16 ปีกับ 38 วัน เมื่อช่วงฤดูกาล 2019-20 และทำผลงานได้โดดเด่นจนเป็นที่สนใจของทีมดังหลายทีม ก่อนที่เขาจะเลือกซบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงปี 2020 และโชว์ฟอร์มได้สุดยอดจนทำให้ได้รับคำชมว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใส ซึ่งตลอดช่วงที่ผ่านมาเขาก็ตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนาหูกับทีมอย่าง ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เป็นต้น


ทั้งนี้ เพียร์ซ เผยว่าที่จริงย้อนกลับไปเมื่อตอนปี 2012 ซึ่งเป็นตอนที่ เบลลิงแฮม อยู่กับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปีของ เบอร์มิงแฮม นั้น ลิเวอร์พูล เคยติดต่อไปหา เบลลิงแฮม กับครอบครัวของเจ้าตัวเพื่อให้โอกาสเขาได้มาทดสอบฝีเท้ากับทีมเยาวชนของ "หงส์แดง" เป็นเวลา 2 วัน

เพียร์ซ เสริมว่าตอนนั้น เบลลิงแฮม ทำให้สตาฟฟ์โค้ชของ ลิเวอร์พูล ประทับใจทั้งในด้านความสามารถและทัศนคติที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยจนคิดที่จะจับเขาเซ็นสัญญากับทีม โดย ลิเวอร์พูล พาทั้ง เบลลิงแฮม กับครอบครัวเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ของสโมสรเพื่อหวังที่จะสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายด้วย ซึ่งตอนนั้นพวกเขาต้องเสียเงินเพียงราว 9,000 ปอนด์ (ประมาณ 378,000 บาท) สำหรับการดึง เบลลิงแฮม มาเข้าอะคาเดมี่ เพราะมันมีกฎระบุว่าทีมต่างๆ ต้องเสียค่าชดเชยให้กับต้นสังกัดเดิมของนักเตะเยาวชนคนนั้นๆ เป็นเงินจำนวนหนึ่งหากแข้งที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ทำการย้ายทีม

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วครอบครัวของ เบลลิงแฮม ก็ตัดสินใจที่จะไม่ให้มีการย้ายทีมเกิดขึ้นจนทำให้แข้งดาวรุ่งชาวอังกฤษอยู่กับ เบอร์มิงแฮม ต่อไป โดยว่ากันว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี ก็เคยพยายามดึง เบลลิงแฮม ไปร่วมทัพตั้งแต่ตอนที่เขายังอายุน้อยอยู่เช่นกัน
#2


อุสมาน เด็มเบเล่ เปิดอก เคยเสียเวลาไปเปล่าๆ หลายปีกับการที่โดนอาการเดี้ยงตามเล่นงาน พร้อมยืนยันว่าสมัยก่อนไม่ได้วินัยแย่จนออกเที่ยวกลางคืนบ่อยเหมือนที่หลายคนคิด

อุสมาน เด็มเบเล่ แนวรุกตัวเก่งของ บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรแห่งวงการ ลา ลีกา สเปน เปิดเผยว่าตนเสียเวลาเปล่าประโยชน์ไปหลายปีจากการที่เคยได้รับอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องจนทำให้ไม่ได้ลงเล่นมากนัก

เด็มเบเล่ ได้รับการจับตามองว่าเป็นดาวรุ่งที่น่าสนใจจากตอนที่ทำผลงานได้โดดเด่นกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อฤดูกาล 2016-17 ซึ่งนั่นก็ทำให้ บาร์เซโลน่า ยอมทุ่มเงินในเบื้องต้นถึง 105 ล้านยูโร (ประมาณ 3,780 ล้านบาท) เพื่อดึงเขาไปร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ของปี 2017

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น เด็มเบเล่ กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มที่น่าประทับใจได้ แถมยังมีปัญหาด้านวินัยกับถูกอาการบาดเจ็บตามเล่นงานอยู่บ่อยๆ จนทำให้หลายคนเคยคิดว่าเขาหมดอนาคตกับ บาร์เซโลน่า แล้ว แต่แข้งวัย 25 ปีก็ทำผลงานได้สุดยอดเมื่อฤดูกาล 2021-22 ด้วยการทำไปถึง 13 แอสซิสต์จากการลงเล่นในลีก 21 นัด

ดาวเตะชาวฝรั่งเศสเผยว่า "ผมเสียเวลาแบบเปล่าประโยชน์เยอะมากๆ ระหว่างปี 2017-2021 ผมเสียช่วงเวลาชีวิตไปถึง 5 ปี ผมต้องทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะกลับมาเล่นได้, เพื่อที่ตัวเองจะได้มีสภาพร่างกายที่ดี และเพื่อที่จะสามารถเล่นได้ทีละนิด ผมได้รับบาดเจ็บตรงเอ็นหลังหัวเข่าหลายครั้ง"

"บรรดาเทรนเนอร์ย้ำกับผมว่าถ้าผมไม่ทำงานให้หนักกว่าเดิมแล้วน่ะอาการของผมก็จะทรุดแน่นอน ตอนยุคของ คูมัน ผมเริ่มมีอาการดีขึ้น และพอถึงยุคของ ชาบี มันก็ดียิ่งกว่าเดิม"

เด็มเบเล่ เสริมว่าสมัยก่อนตนไม่ได้มีนิสัยชอบเที่ยวกลางคืนเหมือนที่หลายคนเข้าใจ "ตอนที่ผมมาอยู่กับ บาร์ซ่า ใหม่ๆ น่ะผมยังอายุน้อยอยู่ ดังนั้นมันก็แน่นอนว่าผมต้องออกไปเที่ยวบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างนั้นบ่อยเหมือนกับที่หลายคนพูดหรือคิดหรอกนะ"
#3


เบลเยียม ไร้พ่ายตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ทรายการนี้ "เควิน เดอ บรอยน์" ลงขับเคลื่อนเกมปะทะ "มังกรแดง" เวลส์ ที่ต้องการสามแต้มแรก สตาร์อย่าง "แกเร็ธ เบล" บุกสู้ ในการแข่งขันฟุตบอลศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่ม 4 นัดที่ 5 คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2565

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่ม 4 นัดที่ 5

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2565

เบลเยียม - เวลส์

เวลา : 01.45 น.



สนาม : คิง โบดวง สเตเดี้ยม, บรัสเซลส์



เบลเยียม

    โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ทีมชาติเบลเยียม พาทีมเบียดชนะโปแลนด์ 1-0 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัยนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

    "น้ามาร์ตี้" แบโผทีมชุดล่าสุดออกมาแล้ว โดยพวกตัวหลักที่ได้พักและไม่มีชื่อในเกมกับโปแลนด์ ต่างกลับมาอยู่ในโผกันตามปกติ โดยเฉพาะติโบต์ กูร์กตัวส์ ประตูเรอัล มาดริด และ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์แมนฯ ซิตี้ แต่ในรายของโรเมลู ลูกากู หัวหอกอินเตอร์ มิลาน ที่บาดเจ็บยังชวดเหมือนเดิม

    ส่วนเจสัน เดนาเยอร์ กองหลังก็ยังมีชื่อติดโผ แม้เป็นนักเตะไร้สังกัดตอนนี้ก็ตาม

    ขณะที่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ยังนำโดยเอแด็น อาซาร์ แนวรุกกัปตันทีม, โทบี อัลเดอร์แวเรลด์, ยาน แฟร์ต็องเกน, ยูริ ตีเลมันส์, อักเซล วิตเซล, ยานนิค การ์ราสโก้ และ มิชี่ บัตชูอายี่ 



เวลส์

    โรเบิร์ต เพจ เทรนเนอร์ทีมชาติเวลส์ พาทีมแพ้ฮอลแลนด์หวุดหวิด 2-3 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 3 เกมแล้ว

    เพจแบโผขุนพลมังกรแดงชุดล่าสุดออกมาแล้ว โดยไม่มีแอรอน แรมซี่ย์ และ แฮร์รี่ วิลสัน ที่หลุดโผไป ส่วนเบน เดวิส และ โจ อัลเลน เดิมทีมีชื่อ แต่ล่าสุดถอนไปแล้ว เพราะปัญหาอาการบาดเจ็บ

    อย่างไรก็ตามขุนพลแกนหลักรายอื่นๆ ยังอยู่กันครบ นำโดยแกเร็ธ เบล สตาร์แนวรุกกัปตันทีม, เวย์น เฮนเนสซี่ย์, คริส เมแฟม, อีธาน แอมพาดู, โจ โรดอน, เนโก วิลเลี่ยมส์, แดเนี่ยล เจมส์ และ คีฟเฟอร์ มัวร์



นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม   

    เบลเยียม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - ดีดริค โบยาต้า, โทบี อัลเดอร์แวเรลด์, ยาน แฟร์ต็องเกน - ติโมธี คาสตาญ, ยูริ ตีเลมันส์, อักเซล วิตเซล, ยานนิค การ์ราสโก้ - เควิน เดอ บรอยน์, เอแด็น อาซาร์ - มิชี่ บัตชูอายี่ 

    เวลส์ (3-4-2-1) : เวย์น เฮนเนสซี่ย์ - คริส เมแฟม, อีธาน แอมพาดู, โจ โรดอน - เนโก วิลเลี่ยมส์, แม็ทธิว สมิธ, โจ มอร์เรลล์, รีห์ส นอร์ริงตัน-เดวิส - แดเนี่ยล เจมส์, แกเร็ธ เบล - คีฟเฟอร์ มัวร์

    ผู้ตัดสิน : อาลี ปาลาบิยิค (ตุรเคีย)
#4


หลังจากที่ลีกชั้นนำของยุโรปฟาดแข้งกันมาได้ราวๆ 6-8 นัด จะเห็นได้ว่ามีนักเตะมากมายที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่หลายๆ คนเป็นชื่อที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว อาทิเช่น เนย์มาร์, ลิโอเนล เมสซี่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, เออร์ลิง ฮาลันด์, เควิน เดอ บรอยน์, วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นต้น แต่มันก็มีบางคนที่เราพอเห็นชื่อ และคิดขึ้นมาในใจว่า "ใครว่ะ?" เช่นกัน และนี่คือ 5 ผู้เล่นโนเนมที่อยู่ดีๆ ก็ฟอร์มกระฉูด จนเป็นที่น่าจับตามองในฤดูกาล 2022/23

- เชอรัลโด เบ็คเกอร์ (อูนิโอน เบอร์ลิน)



เรียกได้ว่าฮือฮาทั้งฟอร์มของสโมสรและดาวยิงประจำทีมเลยทีเดียว เพราะฤดูกาลนี้ อูนิโอน มาแรงแบบไม่ปรึกษาใคร รั้งตำแหน่งจ่าฝูง บุนเดสลีกา หลังจากผ่านพ้นไป 7 เกม และที่เจ๋งไม่แพ้กันคือผลงานของ เบ็คเกอร์ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกับ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูล ซึ่งกระทุ้งไปแล้วถึง 6 ประตู ครองเบอร์หนึ่งดาวซัลโวของทีม ณ เวลานี้ และไม่ได้เก่งแค่การทำประตูเท่านั้น เพราะเจ้าตัวยังทำอีก 3 แอสซิสต์ รวมๆ แล้ว เจ้าตัวมีส่วนร่วมกับการทำประตูของทีมถึง 9 ลูกเลยทีเดียว จากการลงเล่น 7 เกม ซึ่งเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดาเลย

สำหรับ เบ็คเกอร์ ไม่ใช่แข้งดาวรุ่งอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจในตอนแรก เพราะปัจจุบันเจ้าตัวอายุ 27 ปีแล้ว และอยู่กับ อูนิโอน เป็นฤดูกาลที่สี่แล้วด้วย เพียงแค่ก่อนหน้านี้ผลงานไม่มีอะไรเข้าตา โดยเจ้าตัวเป็นเด็กปั้นของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แต่ไม่เคยเล่นให้สโมสรแม้แต่นัดเดียว เคยถูกปล่อยตัวให้ ซโวลล์ ยืมใช้งาน (2015-2016) ก่อนย้ายไปเล่นกับ เดน ฮาก ช่วงระหว่างปี 2016-2019

จริงๆ แล้ว เบ็คเกอร์ เป็นชาวดัตช์ และเคยเล่นให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ระดับเยาวชนมาแล้วทุกรุ่น (ยู-16, ยู-17, ยู-18, ยู-19 และ ยู-20) แต่ด้วยเส้นทางที่ดูสดใสกว่า ทำให้เจ้าตัวหันไปรับใช้ทีมชาติซูรินัม เมื่อปีก่อน และจนถึงตอนนี้เจ้าตัวมีสถิติลงเล่น 5 นัด ทำได้ 2 ประตู 

- เบโต้ (อูดิเนเซ่)



หาก บุนเดสลีกา มี อูนิโอน เบอร์ลิน ล่ะก็... กัลโช่ เซเรีย อา ก็มี อูดิเนเซ่ นี่แหละ ที่ทำผลงานได้ดีเกินคาด แม้ปัจจุบันหลังลงแข่ง 7 เกม ไม่ได้รั้งจ่าฝูง แต่ก็อยู่อันดับสาม เหนือกว่าสโมสรใหญ่อย่าง เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส, อาแอส โรม่า และ ลาซิโอ ซึ่งผลงานอันโดดเด่นนี้ ต้องยกความดีความชอบให้กับ เบโต้ หัวหอกร่างยักษ์ชาวโปรตุกีส (สูง 194 เซนติเมตร) ที่กระทุ้งไปแล้ว 4 ตุง (รั้งอันดับสามดาวซัลโวของลีก ต่อจาก มาร์โก อาร์เนาโตวิช และ ชิโร่ อิมโมบิเล่) ทั้งๆ ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงแค่ 3 นัด!!!

ฟอร์มของ เบโต้ ถือว่าน่าสนใจตั้งแต่ฤดูกาลก่อน (2021/22) เพราะเจ้าตัวกดไป 11 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 28 นัด จน อูดิเนเซ่ ตัดสินใจซื้อขาดจาก ปอร์ติโมเนนเซ่ ช่วงซัมเมอร์นี้ ถึงแม้ ดาวยิงวัย 24 ปี ยังไม่เคยมีโอกาสติดทีมชาติโปรตุเกส แต่หากยังทำผลงานได้ดีแบบนี้เรื่อยๆ เชื่อว่าในอนาคตคงมีลุ้น ทว่าไม่ใช่ศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่กำลังจะมาถึงแน่นอน

- โมฮัมเหม็ด คูดุส (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม)



อาแจ็กซ์ มีของดีมาโชว์เรื่อยๆ และฤดูกาลนี้นักเตะที่ถูกโฟกัสคือ คูดุส ที่โชว์ฟอร์มเด็ด กระทุ้งไปแล้ว 7 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 10 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือลูกยิงทรงพลังที่เจ้าตัวตะบันใส่ ลิเวอร์พูล ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน

มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติกานาวัย 22 ปี ไม่ใช่เด็กปั้นของ อาแจ็กซ์ เพราะเจ้าตัวย้ายมาจาก นอร์ดเยลลันด์ สโมสรลูกหนังในลีกเดนมาร์ก เมื่อปี 2020 เพียงแต่สองฤดูกาลก่อนหน้านี้ ผลงานไม่มีอะไรให้พูดถึง โดยเฉพาะฤดูกาลก่อน (2021/22) ที่เจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงานตรงหัวเข่า แต่พอฤดูกาลนี้ ทุกอย่างลงตัว สภาพร่างกายฟิต แถมได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของ อาแจ็กซ์ ทำให้ คูดุส สามารถเค้นศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่จะเป็นของจริงแท้แค่ไหนนั้น ศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ช่วงปลายปีนี้่ ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการพิสูจน์ฝีเท้าของเจ้าตัว

- อเลฮานโดร บัลเด้ (บาร์เซโลน่า)



ผลผลิตจาก ลา มาเซีย วัย 18 ปี สามารถเบียดรุ่นพี่อย่าง จอร์ดี้ อัลบา ก้าวขึ้นมาเป็นแบ็กซ้ายตัวจริงของ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาลนี้ แถมทำผลงานได้น่าประทับใจสุดๆ เพราะจัดไปแล้ว 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกมลีก 5 นัด ทั้งๆ ที่ตอนนี้เจ้าตัวยังมีชื่อเป็นผู้เล่นในทีม บาร์เซโลน่า เบ อยู่เลย!!! ซึ่งด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้ บัลเด้ ไม่เพียงเป็นอนาคตของ บาร์ซ่า เท่านั้น แต่เจ้าตัวยังสามารถเป็นอนาคตให้กับทีมชาติสเปนได้ด้วย หลังจากที่รับใช้ทัพ "กระทิงดุ" ชุดเด็กมาแล้วแทบทุกรุ่น

- มิไคโล มูดริก (ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค)



ปีกดาวรุ่งทีมชาติยูเครนวัย 21 ปี อาจไม่ได้เล่นอยู่ในลีกใหญ่ แต่ถือเป็นนักเตะที่กำลังเนื้อหอม ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้แจ่มเหลือเกินในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเจ้าตัวจัดไปแล้ว 2 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 2 นัด และเมื่อเร็วๆ นี้ มูดริก แย้มแล้วว่า อาร์เซน่อล เป็นสโมสรที่ตนอยากเล่นให้... ทอดสะพานขนาดนี้ "ไอ้ปืนใหญ่" จะอดใจไหวหรือ?
#5


เอธาน เอ็นวาเนรี่ เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นในรายการนี้ แมตช์ที่ อาร์เซน่อล ถลุง เบรนท์ฟอร์ด 3-0 เกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

กุนซือมิเกล อาร์เตต้า ตัดสินใจส่งเจ้าหนูดาวโรจน์ลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกมที่สนาม จีเทค คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม โดยเจ้าตัวมีอายุแค่ 15 ปี กับอีก 181 วันเท่านั้น ทำลายสถิติของ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ กองกลาง ลิเวอร์พูล สมัยเล่นให้ ฟูแล่ม ในวัย 16 ปี 30 วัน เมื่อสามปีที่แล้ว

แม้ เอ็นวาเนรี่ ถูกจารึกชื่อว่าเป็นแข้งวัยละอ่อนที่สุดที่ได้ลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีก แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเขาจะประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเสมอไป เพราะก่อนหน้านั้นก็มีนักเตะดาวรุ่งที่เคยได้รับโอกาสแบบนี้ แต่บทสรุปสุดท้ายบางคนชีวิตไม่ได้เป็นดั่งฝันเหมือนวันเปิดตัว !!

10. แจ็ค โรบินสัน - 16 ปีกับ 250 วัน



ราฟาเอล เบนิเตซ ตัดสินใจส่ง แจ็ค โรบินสัน กองหลังดาวรุ่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของสโมสรที่ได้ลงเล่นเปิดตัวกับทีมในแมตช์เสมอ ฮัลล์ ซิตี้ โดยหลังจากนั้น อดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษรุ่นเล็ก ได้ลงสนามในเกมลีกอีก 2 แมตช์ให้กับ "หงส์แดง" เท่านั้น โดยช่วงเวลาที่เหลือในชีวิตของเขาก็คือการถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส และ แบล็คพลู ก่อนจะถูกขายขาดไปให้กับ ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส หลังจากนั้นนักเตะย้ายไปเล่นให้กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ตบท้ายด้วยการเล่นให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด โดย โรบินสัน ต้องเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนักในฤดูกาลนี้

9. รีซ อ็อกซ์ฟอร์ด - 16 ปีกับ 236 วัน



ในขณะที่มีบรรดานักเตะดาวรุ่งมากมายที่ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในฐานะตัวสำรอง แต่ รีซ อ็อกซ์ฟอร์ด ไม่ใช่แบบนั้นเพราะเขาลงเล่นตัวจริงให้กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในยุคที่ สลาเวน บิลิช ทำหน้าที่กุมบังเหียนทัพ "ขุนค้อน" โดยเขาเชื่อมั่นในตัวของเจ้าหนูรายนี้มากๆ จึงกล้าส่งเขาลงไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์เกมแรกในซีซั่น 2015/2016 เยือน อาร์เซน่อล งานนี้บอกเลยว่า อ็อกซ์ฟอร์ด โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจอย่างมากในการช่วงทีมทุบ "เดอะ กันเนอร์ส" 2-0 และทำให้เขาได้รับการคาดหวังเอาไว้สูงมากๆ ว่าจะเป็นอนาคตของทีม แต่อยู่ดีๆ ชีวิตกับทัพ "ขุนค้อน" กลับตาลปัตร เมื่อนักเตะโดนส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เรดดิ้ง, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ  เอาก์สบวร์ก ซึ่งเขาย้ายมาอยู่ถาวรในปี 2019 สำหรับตอนนี้เจ้าตัวอายุ 23 ปี และโดนจับไปยืนเป็นเซนเตอร์แบ็ก แต่นักเตะเจอวิบากกรรมเรื่องอาการบาดเจ็บทำให้ยังไม่ได้ลงเล่นในบุนเดสลีกาซีซั่นนี้

8. แกรี่ แม็คเชฟฟรี่ย์ - 16 ปีกับ 198 วัน



ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1999 แกรี่ แม็คเชฟฟรี่ย์ ได้ลงเล่นเปิดตัวกับ โคเวนทรี ซิตี้ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกในตอนนั้น โดยนักเตะถูกเปลี่ยนตัวลงมาในฐานะตัวสำรองเกมชนะ แอสตัน วิลล่า 4-1 หลังจากนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับทัพ "ช้างกระทืบโรง" เป็นเวลาหลายปี จากนั้นก็มีโอกาสได้เล่นให้กับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และอีกหลายๆ สโมสร สุดท้าย แม็คเชฟฟรี่ย์ ตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2020 จากนั้นก็หันไปทำงานด้านโค้ช และก้าวมาเป็นผู้จัดการทีม ดอนคาสเตอร์ โรเจอร์ เมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

7. รูเชียน เฮพเบิร์น-เมอร์ฟีย์ - 16 ปีกับ 198 วัน



หนึ่งในนักเตะที่ได้รับการจับตามองอย่างมากสมัยที่เป็นดาวรุ่งก็คือ รูเชียน เฮพเบิร์น-เมอร์ฟีย์ แต่ชีวิตกลับไม่ได้เป็นดั่งฝันเมื่อเขาลงเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีแค่ 2 เกมเท่านั้นให้กับ แอสตัน วิลล่า โดยแมตช์เปิดตัวได้ลงสนามช่วง 7 นาทีสุดท้ายในเกมชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-0 เมื่อเดือนมีนาคม 2015 หลังจากนั้นชีวิตก็ต้องระหกระเหินไปกับการเล่นยืมตัว ก่อนจะโดนขายถาวรให้กับสโมสรปาฟอส ในลีกไซปรัส พร้อมกับตะบันไป 7 ประตูในช่วงปรีซีซั่นแรกกับทีม แต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยต้นสังกัดเพราะโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน จากนั้นก็โดนปล่อยตัว และเป็น สวินดอน ทาวน์ ที่ให้โอกาสเขาได้กลับมาแจ้งเกิดในวงการลูกหนังอีกครั้ง

6. โฮเซ่ แบ็กซ์เตอร์ - 16 ปีกับ 191 วัน



เจ้าหนูโฮเซ่ แบ็กซ์เตอร์ ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นสตาร์ทีมชาติอังกฤษในอนาคต หลังจากที่ลงเล่นเปิดตัวในฐานะนักเตะอาชีพตั้งแต่เยาว์วัย ที่สำคัญเจ้าตัวมีแววที่จะเหมือนกับ เวย์น รูนี่ย์ หลังจากลงสนามให้กับ เอฟเวอร์ตัน โดยเขาลงเล่นเป็นยางอะไหล่หลายเกมในซีซั่น 2008/2009 หลังได้ลงเล่นเกมแรกให้กับทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ปะทะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และยังได้เล่นตัวจริง 1 แมตช์ด้วย แต่สุดท้ายชีวิตพลิกผันเมื่อ แบ็กซ์เตอร์ โดนปล่อยตัวออกไปและต้องลงเล่นในลีกระดับล่างมาตลอด จนสุดท้ายได้ย้ายไปค้าแข้งกับ เมมฟิส 901 ในประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็แขวนเกือกในเดือนสิงหาคม 2021 ในวัยเพียง 29 ปี

5. อารอน เลนน่อน - 16 ปีกับ 129 วัน



เลนน่อน ถือว่าไปได้สวยในฐานะนักเตะอาชีพหลังจากที่เขาลงเล่นครั้งแรกตอนอายุ 16 ปีเมื่อเดือนสิงหาคม 2003 ในเกมที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ดวลกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งเซ็นสัญญากับเขาอีก 2 ปีหลังจากนั้น โดยนักเตะติดทีมชาติอังกฤษ 21 เกมในช่วงที่โลดแล่นกับ "ไก่เดือยทอง" ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน, เบิร์นลี่ย์ และ  เคย์เซริสปอร์ ในลีกตุรกี จากนั้นก็หวนกลับมายังถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ปัจจุบัน เลนน่อน เป็นแข้งฟรีเอเจ้นต์ แต่ยังไม่ยอมแขวนเกือก และหวังจะสู้ต่อไปในช่วงบั้นปลายชีวิตนักเตะ

4. อิซซี่ บราวน์ - 16 ปีกับ 117 วัน



อาชีพนักเตะของ อิซซี่ บราวน์ น่าจะไปได้สวย เนื่องจากเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะดาวรุ่งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ หลังจากที่ได้ลงเล่นเปิดตัวกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน จากนั้น เชลซี ตัดสินใจคว้าตัวมาปลุกปั้นทันที แต่นักเตะได้มีโอกาสลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกแค่แมตช์เดียวให้กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เท่านั้น ที่สำคัญโชคชะตาไม่ไดลิขิตให้เขาเป็นสตาร์ลูกหนังเพราะชีวิตหลังจากนั้นก็ต้องถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวนับไม่ถ้วน แถมยังต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเขากลายเป็นแข้งไร้สังกัดนับตั้งแต่ที่แยกทางกับ เปรสตัน นอร์ธ เอ็นด์ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

3. แม็ทธิว บริกส์ - 16 ปีกับ 68 วัน



แม็ทธิว บริกส์ กลายเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก หลังจากที่ ฟูแล่ม ให้โอกาสเขาลงไปโชว์ของเมื่อเดือนพฤษภาคม 2007 โดยได้เล่นในช่วง 13 นาทีสุดท้ายเกมปะทะ มิดเดิลสโบรช์ หลังจากนั้น บริกส์ ยังได้ลงสนามให้กับ "เจ้าสัวน้อย" ในลีกอีก 12 เกม รวมเบ็ดเสร็จก็ 13 แมตช์นับตั้งแต่เปิดตัว ก่อนจะโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวและถูกขายทิ้งในปี 2014 โดยเขาเล่นในอังกฤษมาได้ซักระยะก็ย้ายไปเล่นในประเทศเดนมาร์กด้วย สำหรับตอนนี้เจ้าตัวอายุ 31 ปีแล้วแต่ยังค้าแข้งกับ โกสปอร์ต โบโร่ช์ ทีมนอกลีก

2. ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ - 16 ปีกับ 30 วัน



ฟูแล่มสร้างความฮือฮาเมื่อส่ง "เจ้าจุก" ลงสนามในฐานะตัวสำรองเกมพรีเมียร์ลีกแพ้ วูล์ฟส์ 0-1 ในวัย 16 ปี 30 วันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2019 ตอนนั้นไม่มีใครลืมชื่อของ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ได้เลย เพราะนักเตะมีแววรุ่งโรจน์ในวงการลูกหนัง จนทำให้ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจเซ็นสัญญากับเขาหลังจากนั้นอีกสองเดือน เจ้าตัวไปได้สวยกับการเล่นแบบยืมตัวกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในซีซั่น 2020/2021 ก่อนที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะดึงตัวกลับมาร่วมทัพเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา สำหรับตอนนี้ เอลเลียตต์ กลายเป็นอนาคตของ "หงส์แดง" ไปแล้ว แม้ว่าเขาจะอายุ 19 ปี แต่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลปัจจุบัน จนแทบจะเป็นตัวหลักในแดนกลางของทีมไปแล้ว

1. เอธาน เอ็นวาเนรี่ - 15 ปีกับ 181 วัน



ต้องยอมรับว่าเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมากๆ ที่ เอ็นวาเนรี่ จะทำลายสถิติแข้งอายุน้อยสุดได้ลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีก โดยนักเตะถูกจับลงสนามในช่วงทดเจ็บแมตช์ที่ต้นสังกัดตะบัน เบรนท์ฟอร์ด สบายเกือกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่สำคัญ อาร์เตต้า ค่อนข้างชื่นชอบผลงานของเจ้าหนูรายนี้ และมีแววที่เขาจะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในอนาคต  แต่จะเหมือนกับ แจ็ค วิลเชียร์ รุ่นพี่ที่ได้รับคำชื่นชมว่าเก่งเหลือเกินแต่ไปไม่สุดในวงการลูกหนัง !!
#6


ปีตาร์ เซิร์คต์ กุนซือใหญ่ทีมชาติทาจิกิสถาน เปิดเผยชื่อ และเบอร์เสื้อนักเตะ ชุดทำการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 48 ที่ จ.เชียงใหม่

ปีตาร์ เซิร์คต์ กุนซือใหญ่ทาจิกิสถานเรียก 26 นักเตะมาลุยศึก คิงส์ คัพ ครั้งที่ 48 โดยมีรายชื่อดังนี้

1. รัสตาม ยาติมอฟ (ผู้รักษาประตู)

2. โซอีร์ ดูราราโบเอฟ (กองหลัง)

3. ทาบเรซ อิสโลมอฟ (กองหลัง)

4. ซิโยวุช อัสโรรอฟ (กองหลัง)

5. มานูเชห์ร ซาฟารอฟ (กองหลัง)

6. วาห์ดาต ฮาโนนอฟ (กองหลัง)

8. อมีร์เบ็ค จูราโบเอฟ (กองกลาง)

9. รัสตาม ซอยรอฟ (กองหน้า)

10. คอมรอน ตูร์ซูนอฟ (กองหน้า)

11. มูฮัมหมัดจอน ราฮีมอฟ (กองกลาง)

12. เมห์รูบอน คาริมอฟ (กองหลัง)

13. อมาโดนี คาโมลอฟ (กองกลาง)

15. เชอร์โวนี มาบัตโชเอฟ (กองกลาง)

16. โชรุคห์ คีร์กีซโบเอฟ (ผู้รักษาประตู)

17. เอห์โซนี ปานชานเบ (กองกลาง)

19. อัคห์ตาม นาซารอฟ (กองหลัง)

20. อลิจอน คาโรมัต (กองหลัง)

22. ชาห์รอม ซามิเอฟ (กองหน้า)

23. มุคห์ริดดิน คาซานอฟ (ผู้รักษาประตู)

24. ดาเลอร์ อิโมมนาซารอฟ (กองกลาง)

25. นูริดดิน คามโรคูลอฟ (กองหน้า)

26. ปาฟิซ บากิอัคฮูนอฟ (กองกลาง)

สำหรับ ทาจิกิสถาน จะลงสนามในศึกคิงส์ คัพ ครั้งที่ 48 ที่สนามกีฬา สมโภช เชียงใหม่ 700 ปี รอบรองชนะเลิศ พบกับ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ย.65 เวลา 17.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง AIS Play
#7


คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดอก ยังอยากช่วยทีมชาติโปรตุเกสไปจนถึงศึก ยูโร 2024 โดยบอกว่าตัวเองยังมีความฮึกเหิมสูงอยู่

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังของทีมชาติโปรตุเกส เปิดเผยว่าตนอยากจะเล่นให้บ้านเกิดในศึก ยูโร 2024 ด้วย แม้ว่าพอถึงตอนนั้นแล้วเขาจะมีอายุมากถึง 39 ปีก็ตาม

โรนัลโด้ ถือเป็นตำนานของวงการลูกหนังโปรตุเกสตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้แขวนสตั๊ด หลังจากทำประตูให้ทีมได้ถึง 117 ลูกจากการลงเล่น 189 นัด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเขามีอายุ 37 ปีเข้าไปแล้ว ทำให้ก่อนหน้านี้หลายคนเชื่อว่าศึก ฟุตบอลโลก 2022 อาจจะเป็นรายการสุดท้ายของเขากับทัพฝอยทอง

ทั้งนี้ ล่าสุด โรนัลโด้ ได้ร่วมงานอีเวนท์ที่จัดโดยสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส โดยเขาได้รับรางวัลพิเศษจากการทำประตูให้กับ โปรตุเกส ได้มากที่สุดตลอดกาลด้วย ซึ่งช่วงหนึ่งเขากล่าวว่า "มันน่าเหลือเชื่อที่ได้เป็นคนที่ทำประตูได้เยอะที่สุดในระดับทีมชาติ มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน แต่ผมอยากจะขอย้ำว่าการเดินทางมันยังไม่จบแค่นี้"

"ผมหวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไปอีกสักพัก ผมยังมีแรงกระตุ้นอยู่ ความปรารถนาของผมน่ะสูงมากๆ เส้นทางของผมกับทีมชาติยังไม่จบลงแค่นี้ เรามีนักเตะอายุน้อยเก่งๆ หลายคนอยู่ในทีม หลังจากนี้ผมจะต้องลงเล่น ฟุตบอลโลก และผมก็อยากจะไปเล่นศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปด้วย"
#8


แดนนี่ เมอร์ฟี่ ออกโรงตำหนิการตัดสินใจของ มิเกล อาร์เตต้า ที่เปลี่ยน เอธาน เอ็นวาเนรี่ ลงไปเล่นในช่วงท้ายเกมที่ชนะ เบรนท์ฟอร์ด โดยมองว่า อาร์เตต้า ทำแบบนั้นเพื่อแค่อยากให้ เอ็นวาเนรี่ แฮปปี้เท่านั้

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตยอดกองกลางของ ลิเวอร์พูล แสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล เลือกส่ง เอธาน เอ็นวาเนรี่ ลงเล่นในเกมที่ "ไอ้ปืนใหญ่" เอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 3-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา

นัดดังกล่าว อาร์เตต้า เลือกเปลี่ยน เอ็นวาเนรี่ ลงไปในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง จนกลายเป็นการทำให้ เอ็นวาเนรี่ สร้างสถิติกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นเกมระดับ พรีเมียร์ลีก ด้วยวัยเพียง 15 ปีกับ 181 วัน ซึ่งหลายคนชื่นชม อาร์เตต้า ที่ให้โอกาสดาวรุ่งแบบนี้

เมอร์ฟี่ เผยว่า "ผมไม่คิดว่านั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักเตะดาวรุ่งหรอกนะ ผมไม่คิดแบบนั้นเลย แน่นอนว่าผมเคยเห็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์หลายคนที่ได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ตอนที่ยังอายุน้อย และเดินหน้าต่อไปจนประสบความสำเร็จได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่โดนเขี่ยตกข้างทางเหมือนกัน"

"แน่นอน เขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์สูง เขาทำได้ดีในการซ้อมและทำให้ทุกคนประทับใจ แต่พวกเขาเองก็มีนักเตะอายุ 18, 19 และ 20 ปีที่มีพัฒนาการมากกว่าจนน่าจะมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนั้นเหมือนกัน ผมคิดว่าที่เขาทำแบบนี้ก็อาจจะแค่เป็นการพยายามทำให้ซูเปอร์สตาร์วัยรุ่นรู้สึกดีใจก็เท่านั้น"
#9


บรูโน่ แฟร์นันด์ส แย้งคนที่บอกว่าเขากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่สามารถเล่นร่วมกันได้ พร้อมบอกว่ายังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ด้วย

บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอบโต้คนที่บอกว่าตนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่สามารถเล่นร่วมกันได้

ในช่วงก่อนที่ โรนัลโด้ จะกลับมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 นั้น บรูโน่ เคยทำผลงานให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับการยกย่องจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะฤดูกาล 2020-21 ที่ทำได้ 18 ประตูกับ 12 แอสซิสต์จากการลงเล่นในลีก 37 นัด แต่ซีซั่นก่อนผลงานของเขาดร็อปลงอย่างน่าใจหายด้วยผลงาน 10 ประตูกับ 6 แอสซิสต์จากการลงเล่นในลีก 36 เกม ซึ่งหลายคนมองว่าการเข้ามาของ โรนัลโด้ มันทำให้ บรูโน่ เล่นได้ยากขึ้น

ทั้งนี้ ล่าสุด บรูโน่ ได้ให้สัมภาษณ์หลายประเด็นกับ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดัง ซึ่งพออีกฝ่ายพูดถึงเรื่องที่เขามักจะเล่นได้ดีในตอนที่ โรนัลโด้ ไม่ได้อยู่ในสนามนั้น เจ้าตัวก็ตอบว่า "ผลงานการแอสซิสต์ส่วนใหญ่ของผมจากฤดูกาลก่อนก็มาจากการผ่านบอลให้เขาทำประตูได้นะ ดังนั้นผมเลยคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ (ที่มองว่าเขากับ โรนัลโด้ เล่นร่วมกันไม่ได้)"

"มันก็แค่ฤดูกาลก่อนเป็นซีซั่นที่แย่ของผมหากพูดถึงตัวเลขด้านผลงานของผมเอง ผมไม่คิดว่ามันเป็นเพราะ คริสเตียโน่ หรือตัวผม ผมเองก็รับหน้าที่ยิงลูกจุดโทษเป็นหลักตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเข้ามาอยู่กับทีมแล้ว ฤดูกาลก่อนผมได้โอกาสยิงลูกจุดโทษ 2 ครั้งแต่ก็ยิงพลาดไปทั้งหมด ดังนั้นผมเลยไม่โทษ คริสเตียโน่ ที่ขอเป็นคนยิงลูกจุดโทษแทนผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาทำประตูจากลูกจุดโทษเหล่านั้นได้"

ดาวเตะชาวโปรตุกีสเสริมว่าตนยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อดีตผู้จัดการทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด "ทุกวันนี้เขายังส่งข้อความมาหาผมรวมถึงแสดงความยินดีกับผมในบางเรื่องเลย เขาเป็นคนที่ผมรู้สึกว่าอยากติดต่อด้วยอยู่เป็นประจำ ซึ่งที่จริงผมก็บอกกับเขาไปแบบนั้นตั้งแต่ก่อนที่เขาจะต้องออกจากทีมแล้ว"
#10


เขาทำผิดสัญญา... คริสเตียน พูลิซิช ปีกจอมพลิ้ว เชลซี เล่าย้อนอดีตถึงเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่โอเคกับกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล พร้อมระบุเรื่องนี้ทำให้ทั้งรู้สึกงงและผิดหวัง

คริสเตียน พูลิซิช ปีกชาวอเมริกันของ เชลซี เผยว่า ตัวเขาเคยรู้สึกผิดหวัง โธมัส ทูเคิ่ล อดีตผู้จัดการทีม "สิงห์บลูส์" ที่ทำผิดสัญญา ไม่ยอมส่งเขาลงสนามเป็นตัวจริงในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ที่ เชลซี เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ พิชิต เรอัล มาดริด 2-0 เมื่อฤดูกาล 2020/21

เดิมที พูลิซิช โชว์ฟอร์มได้ดี แถมทำประตูได้ในเกมนัดแรกที่ เชลซี บุกไปเสมอ เรอัล มาดริด 1-1 โดยหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้พักในเกม พรีเมียร์ลีก นัดเจอกับ ฟูแล่ม เนื่องจาก ทูเคิ่ล ต้องการให้เก็บแรงไว้ดวลกับ "ราชันชุดขาว" ในเกมนัดสองที่บ้าน

อย่างไรก็ตาม ทูเคิ่ล กลับเลือกส่ง ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงสนามเป็นตัวจริงแทนในเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งทำเอา พูลิซิช รู้สึกผิดหวังอย่างแรงกับเหตุการณ์ดังกล่าว ถึงแม้สุดท้าย "สิงห์บลูส์" ไปจนถึงตำแหน่งแชมป์ก็ตาม

"สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเกมนั้น มันเป็นอะไรที่น่าผิดหวังอย่างมากสำหรับผม ผมเล่นได้ดีมากๆ ในเกมเลกแรก ซึ่ง ทูเคิ่ล ก็ได้บอกกับผมว่า ผมจะได้พักเพื่อเกมเลกสอง ดังนั้นผมจึงไม่ได้เล่นแม้แต่นาทีเดียวในเกมเจอกับ ฟูแล่ม"

"จากนั้นพอถึงเกมรอบรองฯ เลกสอง ทูเคิ่ล บอกกับผมว่า เขาเปลี่ยนใจแล้ว เขาจะเลือกใช้งาน ไค แทน ซึ่งเอาตรงๆ เลยนะ ผมงงเลย และรู้สึกผิดหวังมากๆ เพราะผมคิดว่า ผมจะได้สตาร์ตเป็นตัวจริงเกมนั้น และสำคัญที่สุดเลยคือ เขาให้คำมั่นสัญญากับผมไว้ก่อนแล้วว่า ผมจะได้ลงตัวจริง" เนื้อหาบางส่วนที่ถูกตัดตอนมาจากหนังสือ Christian Pulisic: My Journey So Far ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 18 ตุลาคม

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง พูลิซิช กับ ทูเคิ่ล ถูกจับตามองมาตลอดช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่ กุนซือชาวเยอรมันวัย 49 ปี ถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม เชลซี เมื่อวันพุธที่ 7 กันยายน และถูกแทนที่โดย แกรม พ็อตเตอร์
SITEMAP : รีวิวคาสิโนออนไลน์ บทความน่าสนใจ | แนะนำเว็บคาสิโนที่น่าเล่นที่สุดสำหรับคุณ

เว็บตรงสล็อต JILI SLOT สมัครเล่นรับฟรีสปินทันที ทางเข้าเล่นบาคาร่า AE SEXY เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ สมัครเล่นบาคาร่าออนไลน์ SAGAMING350 รับโบนัส 50% ฟรี แทงหวยออนไลน์ UFA350 LOTTO แทงได้ทุกเลข ไม่อั้น